29 เมษายน 2569

ศสพ.สฎ. ดำเนินโครงการจัดการความรู้ (KM : Knowledge Management) ครั้งที่ 6 ประจำปีงบประมาณ 2569 หลักสูตร “การผลิตเมล็ดพันธุ์พืชผัก (กระเจี๊ยบเขียว) ไว้ใช้เองให้มีคุณภาพ”

วันที่ 29 เมษายน 2569 ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยนายสิทธิชัย ช่วยสงค์ ผู้อำนวยการศูนย์ฯ นางสาวขวัญฤทัย ช่วยแก้ว นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ และเจ้าหน้าที่กลุ่มงานพืชผักและเศรษฐกิจพอเพียง ดำเนินโครงการจัดการความรู้ (KM : Knowledge Management) ครั้งที่ 6 ประจำปีงบประมาณ 2569 หลักสูตร การผลิตเมล็ดพันธุ์พืชผัก (กระเจี๊ยบเขียว) ไว้ใช้เองให้มีคุณภาพ” โดยดำเนินการถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชผัก (กระเจี๊ยบเขียว) เป็นการลดต้นทุนการซื้อเมล็ดพันธุ์ในการผลิตและช่วยในการรักษาสายพันธุ์ที่แข็งแรง เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ปลูกเพื่อให้ได้เมล็ดพันธุ์ที่ได้มีอัตราการงอกสูงและต้นกล้าที่แข็งแรง มีดังนี้                                                                               1.) การคัดเลือกต้นแม่พันธุ์ ความสมบูรณ์: เลือกต้นแม่ที่เจริญเติบโตดี แข็งแรง ไม่เป็นโรค และรอดพ้นจากการทำลายของแมลง ลักษณะตรงตามสายพันธุ์: สังเกตฝักให้มีรูปร่าง สี และขนาดตามลักษณะเด่นของสายพันธุ์ ตำแหน่งของฝัก: ควรเลือกเก็บเมล็ดจากฝักที่ออกในช่วงกลางของอายุการเก็บเกี่ยว และอยู่บริเวณกลางลำต้น เพราะมักจะได้รับการสะสมอาหารอย่างเต็มที่ ทำให้ได้เมล็ดที่สมบูรณ์ที่สุด                                                                                                                                            2.) การป้องกันการผสมข้ามสายพันธุ์กระเจี๊ยบเขียวเป็นพืชที่ผสมตัวเองเป็นหลัก แต่อาจเกิดการผสมข้ามต้นได้โดยแมลง หากต้องการรักษาสายพันธุ์ให้บริสุทธิ์จริงๆ ควรปลูกแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ให้ห่างจากกระเจี๊ยบเขียวพันธุ์อื่นหากปลูกในพื้นที่จำกัด อาจใช้วิธี ครอบดอก โดยใช้ถุงกระดาษเล็กๆ คลุมดอกที่กำลังจะตูมก่อนบาน 1 วัน และถอดออกเมื่อดอกเหี่ยวและร่วงไปแล้ว                                                                                                                                                                                                    3.) การเก็บเกี่ยวระยะเวลาที่เหมาะสม: ต้องปล่อยให้ฝักแก่จัดคาต้น สังเกตจากฝักจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีน้ำตาล แห้ง และเปลือกเริ่มปริแตกเล็กน้อย การทดสอบ: เมื่อลองเขย่าฝัก จะต้องได้ยินเสียงเมล็ดกระทบกันอยู่ด้านใน                                        4.) การทำความสะอาดและลดความชื้น การคัดแยก: แกะเมล็ดออกจากฝัก คัดเมล็ดที่ลีบ เล็กผิดปกติ หรือมีรอยแมลงเจาะทิ้งไป เก็บไว้เฉพาะเมล็ดที่เต่งตึงและมีสีเข้มสม่ำเสมอ การตากแห้ง: นำเมล็ดไปผึ่งลมในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเท หรือตากแดดอ่อนๆ ในช่วงเช้าประมาณ 3-5 วัน เพื่อลดความชื้นให้เหลือน้อยที่สุด (ประมาณ 8-10%) ข้อควรระวัง: หลีกเลี่ยงการตากแดดจัดโดยตรงบนพื้นปูนหรือโลหะ เพราะความร้อนที่สูงเกินไปจะไปทำลายเซลล์ภายใน ทำให้เมล็ดสูญเสียความงอก                    5.) การทดสอบความงอกและเก็บรักษา เตรียมเมล็ดกระเจี๊ยบเขียว (สุ่มตัวอย่าง 100 เมล็ด) วางเมล็ดเรียงเมล็ดบนกระดาษทิชชูแบบหนาให้ไม่ซ้อนกัน แล้วพับ บ่มเมล็ดเก็บในกล่อง ปิดฝา รักษาความชื้นสม่ำเสมอ ตรวจตั้งแต่วันที่ 2–3 และนับผลครบประมาณ 5–7 วัน เมล็ดที่ “งอกสมบูรณ์” คือมีรากและต้นอ่อนแข็งแรง  คำนวนหาเปอร์เซนต์การงอก การบรรจุเมล็ดที่แห้งสนิทแล้วลงในภาชนะที่ปิดมิดชิด  นำไปเก็บไว้ในที่แห้ง เย็น และทึบแสง เช่น ในตู้เย็นช่องแช่ผักธรรมดา จะช่วยรักษาความงอกและยืดอายุเมล็ดพันธุ์ได้นาน 1-2 ปี                                                                                                                                  6.) การปลูกและดูแลรักษา ทั้งนี้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ภายในศูนย์ฯ สามารถนำไปเป็นแนวทางในการผลิตเมล็ดพันธุ์ให้มีคุณภาพ ลดต้นทุนการซื้อเมล็ดพันธุ์ในการผลิตและช่วยในการรักษาสายพันธุ์ที่แข็งแรง นำไปปรับใช้ต่อกลุ่มงานต่างๆภายในศูนย์ฯ ได้อย่างเหมาะสมในพื้นที่และมีประสิทธิภาพ 






















ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ร่วมกิจกรรมงานขับเคลื่อนปฏิบัติการ "Quick Win“ 90 วัน ปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร สู้ภัยวิกฤต ด้วยวิถีพอเพียง

วันที่ 29 เมษายน  2569  ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยนายสิทธิชัย ช่วยสงค์ ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ร่วมกิจกรรมงานขับเคล...